You are here: หน้าแรก >> เส้นทางที่ ๑ >> 9. วัดถ้ำสหาย

9. วัดถ้ำสหาย

วัดทับกุง หรือวัดถ้ำสหาย ตั้งอยู่บ้านทับกุง หมู่ที่ 3 ต.ทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

มีพระอาจารย์จันทร์เรียน คุณวโร เป็นเจ้าอาวาส เดินทางตามถนนทางหลวงอุดร - เลย (หรืออุดร-หนองบัวลำภู) แล้วจะเจอแยกเลี้ยวซ้ายทางไป อ.หนองแสงหรือน้ำตกธารงาม เข้าไปเป็นทางราดยาง ก่อนเข้าบ้านโคกลาด จะมีทางแยกด้านขวามือ ป้ายเขียนไว้ว่าทางเข้าภูรินทร์ ถ้ำสหาย เป็นถนนราดยาง ตรงไปจนถึงหมู่บ้านวังทองทาง จากนั้นไปก็จะเป็นทางขึ้นเขาครับผม ถึงสามแยกบ้านผาสิงห์เลี้ยวซ้าย ถึงวัด ระยะทางประมาณ 37 กิโลเมตร แต่หากไปทางอ.หนองวัวซอ หรือทางไปวัดผาแดงหลวงปู่ลี แต่ระยะทางไกลกว่ากันนะครับ


 


                                                                พระอาจารย์จันทร์เรียน คุณวโร
                                                                             เจ้าอาวาส

"ช่อฟ้าทัวร์" เล่า
ขออนุญาต พ่อแม่ครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะองค์หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร แห่งวัดถ้ำสหาย บ้านผาสิงห์ ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี(ตามหลักฐานของทางราชการ ชื่อวัดทับกุง  ตั้งอยู่บ้านทับกุง หมู่ที่ 3 ต.ทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี  )ไว้ ณ ที่นี้ ที่จะกล่าวต่อไปนี้ ได้หยิบยกข้อความของ "สหาย นักปฏิวัติภูซาง" เกี่ยวกับ ตำนาน"ถ้ำสหาย" มาประกอบเพื่อจะมองย้อนไปในอดีต ที่บริเวณเขตพิกัดนี้ เป็นป่าทึบ คมนาคมเข้าไม่ถึง นอกจากเดินเท้า ลุจนเหตุการณ์บ้านเมืองเริ่มคลี่คลาย กลุ่มมวลชนปฏิวัติเริ่มกลับสู่เมืองเพื่อประกอบสัมมาชีพอีกครั้ง หลังปี พศ.2524(หรืออาจก่อนหน้า) พระป่ารูปหนึ่่ง แวกป่าหาธุดงค์หาที่สัปปายะ มาพบถ้ำในบริเวณป่าแห่งนี้ ท่านเลือกปักกลดแรมคืน ซึ่งตอนนี้ ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า(ผิดพลาดคลาดเคลือนประการใด พ่อแม่ครูอาจารย์ อภัยด้วย) "ก่อนจะเข้าฌานสมาธิ ท่านตั้งจิตอธิฐาน ว่า "สถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การสร้างวัด ถ้าหากว่าก่อร่างสร้างเป็นวัดแล้ว ก็อยากให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง รุ่งโรจน์ไปในภายภาคหน้า ถ้าเป็นเช่นคำอธิฐาน ขอวันรุ่งขึ้น ให้ได้พบพระผู้ใหญ่ ผู้จะมาเยี่ยมให้เป็นสิริมงคลและกำลังใจด้วยเทอญ" จากนััน ท่านทำสมาธิทั้งคืน"

ช่างอัศจรรย์ ยิ่งนัก เช้าวันรุ่งขึ้น หลังท่านฉันจังหันเสร็จแล้ว ก็นั่งคุยกับโยมอุปฐาก (ผู้เล่าไม่แน่ใจว่า เป็นโยมหรือพระหรือเณร ที่มาแรมคืนด้วย มีโอกาสแล้วจะกราบเรียนถามท่านหลวงปู่จันทร์เรียน อีกที) ระหว่างนั้นท่านได้ยินเสียงแวกป่า เสียงนั้นมุ่งมายังท่าน สักครู่ต้นเสียงนั้นก็ปรากฏในสายตาท่าน.......เป็นพระ....ถึงตอนนี้ ความคิดท่านก็วาบขึ้น .........คำอธิฐานเมื่อคืน โอ้....ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
พระ...ที่ปรากฏกายขึ้นในขณะนี้นั้น องค์ท่านก็คือ "หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดถ้ำภูผาแดง อ.หนองวัวซอ " นั่นเอง
และนี้คือภูมิหลัง ของ ถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิต

วัดถ้ำสหาย เดิมเป็นที่ตั้งทับสมปอง ของ"เขตงานลาติน"ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตงานภูซาง
บริเวณ ด้านหน้าถ้ำจะเป็นเนินใหญ่ มีปล่องแสงจากยอดถ้ำ ทำให้ถ้ำส่องสว่างตลอดทั้งวัน โดยมีน้ำซับใสสะอาดไหลออกมาจากก้นถ้ำ เข้าใจว่าจะไหลลงห้วยสามพาด
เดิมที่ตั้งถ้ำแห่งนี้เรียกว่าทับสมบูรณ์ เหตุที่ได้ชื่อนี้เพราะค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์ ในเรื่องของอาหารการกิน มีเรื่องเล่าว่าบางวันสามารถหายิงหมูป่าได้ถึง 2 ตัวซ้อน ส่วนปลานั้นก็สามารถจับได้เป็นแกลลอนๆ ส่วนเห็ดบดหรืเห็ดขอนนั้นเวลาเก็บแต่ละครั้งต้องเอาถุงปุ๋ยใส่เพราะมีจำนวน มาก
ถ้ำแห่งนี้เดิมใช้เป็นสถานที่อบรมการเมืองและฝึกอาวุธ หลักสูตร์เร่งรัดให้แก่มวลชนพื้นฐานชายดง และยังใช้เป็นโรงพยาบาลด้วยในบางครั้ง
เมื่อสหายสมปองเสียสละจากการซุ่มโจมตีของศัตรู ก้ได้มีการจัดพิธีไว้อาลัยและได้เก็บอัฐิของสหายสมปองไว้ที่นี่ จากนั้นจึงได้เรียกทับนี้ว่าทับสมปอง
ต่อมาพวกชาวบ้านที่ขึ้นภูมาล่าสัตว์ ได้พบเห็นร่องรอยของสหายที่บริเวณถ้ำนี้มากขึ้น จึงพากันเรียกว่า"ทับสหาย"
จนกระทั่งในปี 2526-2527 มีพระธุดงองค์หนึ่งได้เดินทางมาธุดงในบริเวณป่าแถบนี้ และได้พบอัฐิสหายและสิ่งของที่พวกสหายซุกซ่อนไว้ในถ้ำแห่งนี้ พระธุดงองค์นั้นมีความพอใจจึงได้ปักกรดปฏิบัติธรรม และสวดอุทิศกุศลแล้วจึงนำอัฐิสหายสมปอง มาโรยลงในทางเดินจงกรม และได้ไปขอจดทะเบียนชื่อวัดนี้ว่า"วัดถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิต"ซึ่งแสดงความ หายชัดเจน และเป็นตำนานเล่าขานสืบมาจนทุกวันนี้

ที่มา http://www.suankhlang.com/ipb//index.php?showtopic=2902

 คลิกภาพเพื่อดูไสลด์