You are here: หน้าแรก >> วัดที่เป็นสำนักปฎิบัติธรรม >> วัดสันติวนาราม

วัดสันติวนาราม

ชื่อสำนักปฏิบัติธรรม  วัดสันติวนาราม พุทธอุทยานแห่งที่  7
สังกัด   พระมหานิกาย    ตั้งอยู่ บ้านดงไร่  หมู่  ๑๑  ต.บ้านเชียง   อ.หนองหาน   จ.อุดรธานี   ๔๑๓๒๐
โทร  ๐๘๙ – ๘๔๐๘๘๑๓  /  ๐๘๖ - ๒๒๙๗๗๓๙
ได้รับการจัดตั้งเป็นสำนักปฏิบัติธรรม ประจำจังหวัด  อุดรธานี   เมื่อ   พ.ศ.  ๒๕๔๘

 

 

 

นามเจ้าสำนัก
พระครูพิศาลธรรมภาณี    ฉายา    สุวณฺโณ     
อายุ   ๖๗   พรรษา  ๔๖   
วิทยฐานะ    ม.  ๓   น.ธ.   เอก,   ป.ธ.   ๓   
วัดสันติวนาราม    ตำบลบ้านเชียง   อำเภอหนองหาน    จังหวัดอุดรธานี
ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง     ๑.    เป็นเจ้าอาวาสวัดสันติวนาราม
                                ๒.   เป็นรองเจ้าคณะอำเภอหนองหาน
สถานะเดิม
  ชื่อ   สมดี    นามสกุล  บุตรวงศ์     เกิด     ๓ ฯ  ๖     ค่ำ      ปี  มะเมีย   วันที่   ๕    เดือน    พฤษภาคม    พ.ศ.   ๒๔๘๕        
  บิดา  นายจิ      มารดา    นางไข    เลขรหัสประจำบ้าน   ๔๔๐๕ – ๐๑๐๒๓๐ – ๗      บ้านเลขที่ ๑๐๐     หมู่ที่    ๑  ตำบล  ดอนเงิน   อำเภอ  เชียงยืน  จังหวัด มหาสารคาม

อุปสมบท
        วัน   ๓  ฯ   ๖   ค่ำ     ปี  ขาล  วันที่   ๒๖   เดือน    พฤษภาคม   ๒๕๐๕   ณ  พัทธสีมา   วัดวิเศษสมบูรณ์    ตำบลดอนเงิน    อำเภอเชียงยืน    จังหวัดมหาสารคาม
        พระอุปัชฌาย์    เจ้าอธิการทรัพย์     จนฺทโชโต      วัดพุทธประดิษฐ์      ตำบลหนองชอน  อำเภอเชียงยืน    จังหวัดมหาสารคาม
        พระกรรมวาจาจารย์     พระอธิการคำสิงห์    กตปุญฺโญ     วัดดอนเงิน    ตำบลดอนเงิน  อำเภอเชียงยืน    จังหวัดมหาสารคาม
        พระอนุสาวนาจารย์    พระอธิการบุญจันทร์    จนฺทสาโร     วัดวิเศษสมบูรณ์    ตำบลดอนเงิน     อำเภอเชียงยืน     จังหวัดมหาสารคาม
 วิทยฐานะ
          (๑)   พ.ศ.   ๒๔๙๗     สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา  ปีที่   ๔    โรงเรียนบ้านผำวิทยา  ตำบลดอนเงิน  อำเภอเชียงยืน    จังหวัดมหาสารคาม
          (๒)   พ.ศ.   ๒๕๐๐     สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๓   โรงเรียนราษฎร์กระบากวิทยาคาร
          (๓)   พ.ศ.   ๒๕๐๗    สอบได้นักธรรมชั้นเอก    จากสำนักศาสนศึกษาวัดศรีชมชื่น ตำบลในเมือง   อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย
          (๔)   พ.ศ.   ๒๕๑๐     สอบได้เปรียญธรรมสามประโยค  (ป.ธ.  ๓)   จากสำนักศาสนศึกษา วัดศรีชมชื่น     ตำบลในเมือง     อำเภอเมือง     จังหวัดหนองคาย
          (๕)   การศึกษาพิเศษ      สำเร็จการศึกษาภาษาอังกฤษ   จากโรงเรียนสอนภาษานานาชาติ
           (๖)    ความชำนาญการ  (ก)    ออกแบบเขียนแปลน   นวกรรม   และควบคุมการก่อสร้าง เสนาสนะได้
            (ข)   ถ่ายทำภาพยนตร์   ภาพสไลด์   ตัดต่อ   ภาพยนตร์   วี ชี ดี. ดี วี ดี.    วี ดีโอ.  สื่อการเรียน   การสอนเยาวชน ประเภท
พุทธประวัติ สารคดี  เกี่ยวกับพุทธศาสนาและธรรมะ
            (ค)   สร้างอุปกรณ์การสอนธรรมะด้วยภาพ     ทั้งที่เป็นภาพนิ่ง  และภาพเคลื่อนไหว     เพื่อสะดวกในการสอนธรรมะ   ให้เข้าใจง่าย  และสนุกไม่เบื่อในการเรียนธรรมะ

ประสบการณ์การปฏิบัติธรรม

ปีพ.ศ.   ๒๕๑๐  ไปศึกษาปฏิบัติธรรมที่สำนัก ปฏิบัติธรรม วัดมหาพุทธวงศาป่าหลวง   จากพระอาจารย์มหาปาล อานันโท  ประเทศ สาธารณะประชาชนลาว  ๑  พรรษา  ๓  เดือน  แบบกำหนดพิจารณารูปนาม
ปีพ.ศ.  ๒๕๑๑   ไปศึกษาปฏิบัติธรรมที่สำนักปฏิบัติธรรมวัดมหาธาตุ  คณะ 5  แบบกำหนดยุบหนอพองหนอ  เป็นเวลา  ๓  เดือน  กับเจ้าคุณโชดก ( พระราชสิทธิมุณี)  สมณะศักดิ์เดิมสมัยนั้น
ปี พ.ศ.  ๒๕๑๒   ไปศึกษาปฏิบัติธรรมที่ สวนโมกขพลาราม  กับท่านพุทธทาส   ภิกขุ  ( พระธรรมโกศาจารย์  )  เป็นเวลา  หนึ่งปี
ปี พ.ศ.  ๒๕๑๓ – ๒๕๑๘  ปฏิบัติธรรมกรรมมัฏฐานที่  วัดภูพระบาทบัวบก  อ.บ้านผือ  จ.อุดรธานี ที่สำนักปฏิบัติธรรม วัดป่าเลไลยก์  ๑๖ ปี ที่สำนักปฏิบัติธรรมวัดสันติ
วนาราม  ๗ ปี  ต.บ้านเชียง   อ.หนองหาน  จ.อุดรธานี  หลักธรรมที่ใช้นำปฏิบัติ  คือหลักสติปัฏฐานสี่  จนมีความมั่นใจในหลักธรรมที่ปฏิบัติ
ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ – ปัจจุบัน  ได้มาบูรณะสร้างวัดสันติวนาราม    และได้รับการแต่งตั้งเป็นสำนัก ปฏิบัติ  ธรรมประจำจังหวัดอุดรธานี แห่งที่ ๗  ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘



บริเวณสถานที่ โดยสังเขป   สำนักปฏิบัติธรรม วัดสันติวนาราม

บริเวณสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้   มีความ  สงบ  ร่มรื่น  สวยงาม  สิ่งอำนวยความ  สะดวกสบาย  
ห่างจากชุมชน ๓  กิโลเมตร   ตั้งอยู่   ป่าดงไร่ หรือแด่แก่เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์  ชาวบ้านชอบเรียกกันว่า ดงไร่  หมู่ที่ ๑๑  ต.บ้านเชียง  อ.หนองหาน  จ. อุดรธานี   มีทะเบียนวัดถูกต้องตามกฎมหาเถระสมาคม   บนพื้นที่  ๑,๓๕๐  ไร่ อยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านเชียง ตำบลบ้านเชียง (หมู่บ้านมรดกโลก ไหลาย  คนแปดศอก)   เป็นป่าไม้ธรรมชาติ  ๑,๐๐๐  ไร่ เป็นหนองน้ำ  ๑๐๐  ไร่    เป็นสถานที่ปลูกสร้างเสนาสนะ และลานเอนกประสงค์  ๑๓๐  ไร่    มีน้ำใช้สะดวกสบายตลอดปี    ใช้ไฟฟ้า   การสัญจรไปมามีถนนลาดยางถึงวัด   พื้นที่ทั้งหมดของสำนัก  ๑,๓๕๐  ไร่   ด้านหน้าล้อมด้วยกำแพงคอนกรีต  รอบข้างอีกสามทิศล้อมด้วยลวดหนาม  ๗  เส้นเสาปูนคอนกรีตเสริมเหล็กมีสัตว์ป่าธรรมชาติ เช่น กวาง  หมี นกนานาชนิดนกน้ำมากมาย  ฯลฯ   



คลิ๊กภาพเพื่อดูไสลด์

 

จำแนกเสนาสนะ   สถานที่  และแผนที่โดยสังเขป  และรูปภาพประกอบ ดังนี้   
๑.๑    มีป่าไม้ร่มรื่นสงบเย็น  1,000 ไร่
๑.๒    มีแหล่งน้ำให้ความร่มเย็น และใช้สอย 100 ไร่
๑.๓        สถานที่ปลูกสร้างเสนาสนะทั่วไป  และลานเอนกประสงค์ (ลานจอดรด  )  ๑๓๕   ไร่
๑.๔    มีลานธรรมสำหรับปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิเจริญภาวนา และอบรมธรรม  อย่างสวยงาม สงบเย็น  ด้วยแมกไม้ นานาพันธุ์
๑.๕        มีศาลาปฏิบัติธรรม ขนาด กว้าง  10 เมตร   ยาว  40  เมตร  เป็นที่อบรม   และแบ่งเป็นที่พักของ อุบาสก  และนักเรียนชาย  บรรจุ  คนได้  ๕๐๐  คน
๑.๖        มีกุฏิที่พักสำหรับพระภิกษุที่มาเข้า ผู้มาอบรมกัมมัฏฐาน จำนวน  ๕๐ หลัง  มีห้องน้ำในตัว  มีมุ้ง ลวดกันยุงทุกหลัง
๑.๗       มีกุฏิที่พักสำหรับ อุบาสก อุบาสิกา  ผู้เข้ามาอบรมปฏิบัติธรรม  จำนวน ๒๐  หลัง  มีห้องน้ำในตัว  มีมุ้งลวดกันยุงทุกหลัง
๑.๘        มีเรือนนอน  กว้าง  10  เมตร  ยาว   40  เมตร  เป็นที่พักสำหรับอุบาสิกา  หรือนักเรียนนักศึกษาหญิง  บรรจุพักสบาย บรรจุ คนได้  ๒๐๐  คน
๑.๙        มีโรงครัวสำหรับทำอาหาร ขนาดกว้าง  ๑๐  ยาว ๒๐  เมตร ๑ หลัง  มีแม่ครัวอยู่ประจำ ๔  คน
๑.๑๐      ห้องน้ำ  ห้องสุขา ถือเป็นส่วนสำคัญมาก  และให้เพียงพอต่อการใช้สอยจึงมีอยู่  ๕ หลังใหญ่
          ๑.๑๐.๑   หลังแรกอยู่ข้างโรงครัว โรงอาหาร   มีทั้งหมด  ๑๐  ห้อง  ใช้ สำหรับ  อุบาสก  อุบาสิกา  ประชาชนทั่วไป
          ๑.๑๐.๒  หลังที่ ๒  อยู่ข้างศาลาปฏิบัติธรรม    มีทั้งหมด  ๑๔  ห้อง  ใช้ สำหรับ  อุบาสก  อุบาสิกา  ประชาชนทั่วไป   
          ๑.๑๐.๓  หลังที่ ๓ อยู่ข้างลานหินโค้ง ลานปฏิบัติ     มีทั้งหมด  ๒๐  ห้อง  ใช้ สำหรับ  พระภิกษุ สามเณร
             ๑.๑๐.๔  หลังที่ ๔ อยู่ข้างโรงนอน ติดกับห้องน้ำใหญ่   มีทั้งหมด  ๑๔  ห้อง  ใช้ สำหรับ  อุบาสิกา  
             ๑.๑๐.๕  หลังที่ ๕  อยู่ข้างโรงนอน มีทั้งหมดจำนวน๗๒ ห้อง แยกออกเป็น  ผู้ชาย  ๑๖ ห้อง  ผู้หญิง   ๔๐  ห้อง  พระภิกษุ  สามเณร  ๑๖  ห้อง   และอ่างล้างหน้า ล้างมือ  อีก  ๒๘ อ่าง  แยกเป็น  พระภิกษุ  สามเณร  ๖ อ่าง  ผู้ชาย  ๖ อ่าง  ผู้หญิง  ๑๖  อ่าง รวมห้องน้ำสะอาด    ที่อำนวยความสะดวกแด่ผู้มาปฏิบัติธรรมทั้งหมด   ๑๓๐  ห้อง


พระวิทยากร  บุคลากรผู้ที่ทำหน้าที่ในสำนักปฏิบัติธรรม  มีดังนี้

วิทยากรรูปที่  1.   พระครูพิศาลธรรมภาณี   อายุ ๖๗  พรรษา ๔๖  เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมวัดสันติวนาราม   
เป็นพระวิปัสสนาจารย์ปฏิบัติธรรม  และสอนกัมมัฎฐาน  เป็นพระวิทยากร  ตั้งแต่  ปีพ.ศ.  2530  จนถึงปัจจุบัน  เป็นพระวิทยากรบรรยายธรรมะทั้งในประเทศ และต่างประเทศ  ประวัติปฏิปทา ประสบการณ์ผ่านการปฏิบัติหลักธรรมที่ใช้ในการอบรมคือหลักปฏิบัติสติปัฏฐาน สี่ วันที่ ๘ – ๙ – ๑๐  พฤษภาคม ๒๕๕๑  ได้ไปประชุมสัมมนาเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดในเขตปกครองหนตะวันออก  ณ  วัดประสิทธิเวช  ต.บางปลาม้า  อ.องครักษ์   จ.นครนายก

วิทยากรรูปที่  2.   พระบุญรอด   สิริจนฺโท   อายุ  ๖๙ ปี  พรรษา  ๑๓   วิทยฐานะ  นักธรรม ตรี  ม.๖
 เป็นผู้ช่วยเจ้าสำนัก  รองเจ้าอาวาส และวิทยากร  ช่วยในการฝึกฝนอบรมผู้เข้ามาปฏิบัติธรรม  ทั้งพระภิกษุสามเณร  อุบาสก อุบาสิกา  และนักเรียนนักศึกษาโดย  ได้รับการฝึกฝนอบรม เป็นพระธรรมทายาท รุ่นที่ ๑๓  หลักสูตร ๗ เดือน และขอสมาทานเข้าปฏิบัติต่อ อีก ๓  เดือนในพรรษา เมื่อปี พ.ศ.  ๒๕๔๔  ได้อุปสมบทที่จังหวัดสุโขทัย  และได้เดินธุดงค์จาริกไปแสวงบุญทั่วประเทศที่ต่าง ๆ เป็นเวลา ๓ ปี    เมื่อพ.ศ. ๒๕๔๔  ได้เดินธุดงค์จากจังหวัดกาญจนบุรี  มาที่เจดีย์พระธาตุพนมเพื่อมากราบสักการะ
และได้ยินข่าวปฏิปทาการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ  ของครูบาอาจารย์ที่จังหวัดอุดร ฯ จึงเดินด้วยเท้ามาที่สำนักปฏิบัติธรรมวัดสันติวนาราม   ช่วงนั้นทางสำนักได้จัดงานเทศกาลปฏิบัติธรรม ระหว่างวันที่ ๑๐ -๒๐ มกราคม  ๒๕๔๔ จึงได้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมตลอดระยะเวลา ๑๐ วัน   และได้ฟังพระธรรมจากเจ้าสำนัก (พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระครูพิศาลธรรมภาณี) พระมหาสมดี  สุวรรณโณ  เกิดศรัทธาอันแรงกล้า  จึงสมัครเป็นพระธรรมทายาท เข้าปฏิบัติในห้องกัมมัฏฐาน เป็นเวลา  ๑  ปี ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส   ฝึกกัมมัฏฐาน  ให้อารมณ์กัมมัฏฐานแก่ผู้มาปฎิบัติได้  และดูแลเรื่องก่อสร้างเสนาสนะภายวัด

วิทยากรรูปที่  ๓.   พระระวี   รวิวณฺโณ   อายุ  ๓๐ ปี  พรรษา  ๙   วิทยฐานะ  นักธรรม เอก  ม.๖
 เป็นทั้งเลขานุการของสำนัก และวิทยากร  ช่วยในการฝึกฝนอบรมผู้เข้ามาปฏิบัติธรรม  ทั้งพระภิกษุสามเณร  อุบาสก อุบาสิกา  และนักเรียนนักศึกษาโดย  ได้รับการฝึกฝนอบรม เป็นพระธรรมทายาท รุ่นที่ ๑๔  หลักสูตร ๗  เดือน  เมื่อปี พ.ศ.  ๒๕๔๕  เป็นครูสอนศีลธรรมในโรงเรียน    และผ่านการสัมมนาพระวิทยากรที่วัดมัชฌิมาวาส   จ.อุดรธานี  ให้อารมณ์กัมมัฏฐานแก่ผู้มาปฏิบัติธรรมได้วันที่ ๘ – ๙ – ๑๐  พฤษภาคม ๒๕๕๑  ได้ไปประชุมสัมมนาเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดในเขตปกครองหนตะวันออก  ณ  วัดประสิทธิเวช  ต.บางปลาม้า  อ.องครักษ์   จ.นครนายก

วิทยากรรูปที่  ๔.   พระวิมงคล  วิมงฺคโล   อายุ ๓๔   พรรษา ๑๒   วิทยฐานะ นักธรรมเอก / ปวช.
จบหลักสูตรการอบรมธรรมทายาท รุ่นที่ ๑๒  เมื่อปี ๒๕๔๓  หลักสูตร  ๗  เดือน   ผ่านการฝึกอบรมวิทยากร มาเป็นอย่างดี  เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถในการอบรมธรรมะ แก่พระภิกษุสามเณร  อุบาสก อุบาสิกา นักเรียนนักศึกษา เป็นเวลายาวนาน  เป็นครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน

วิทยากรรูปที่  ๕.   พระธรรมรักษ์   สิริจนฺโท  อายุ ๔๒  พรรษา ๓ วิทยฐานะ  นักธรรมตรี / ป.๔  เป็นผู้ผ่านการอบรมเป็นธรรมทายาท  รุ่นที่  ๒๐  ปีพ.ศ.  ๒๕๕๒  หลักสูตร ๗ เดือน   เป็นพระหนุ่มไฟแรง  มีความรู้ความสามารถในการอบรมภาคปฏิบัติธรรม  โดยเฉพาะ  เป็นครูฝึกการปฏิบัติธรรม  และ นำการปฏิบัติธรรมด้วยตนเองมีผู้ช่วยวิทยากรประจำ อีก ๑๐  รูป ปัจจุบันทางสำนักกำลังฝึกบุคลากร   ในด้านการปฏิบัติ   ด้านการเผยแพร่  ในหลักสูตรพระธรรมทายาทเพื่อมาเป็นวิทยากรออกเผยแพร่สั่งสอนอบรมได้

การบริหารจัดการ ของสำนัก
-  ลงอุโบสถทุกกึ่งเดือน วันพระตลอดปี
-  สวดมนต์ไหว้พระตอนเย็น – ตอนเช้าเป็นประจำทุกวันมิให้ขาด
-  เปิดเทปชีดีธรรมะ สู่หอกระจายเสียงที่ดังครอบคลุมไปทั่ววัดตอนเช้าเวลา ๐๕.๐๐ น. ทุกวัน
-  มีการฟังธรรมะจากเจ้าสำนักทุกวันพระตลอดปี
-  จัดให้มีหน้าที่รับผิดชอบหมุนเวียน  ทุกสัปดาห์ภายในสำนัก เช่น มีภิกษุอยู่ ๑๕  รูป
     แผนกบัญชี ดูแลเรื่องเอกสาร  บัญชีรายรับ รายจ่าย  เลขานุการ ทำคอมพิวเตอร์  ๒  รูป
     อุปฐากครูบาอาจารย์   ๒  รูป
     แผนกบริการต้อนรับผู้มาเยือน (แจกภัตร)  ๒  รูป
     แผนกนำพาปฏิบัติกัมมัฏฐานสำหรับพระภิกษุ  ๒ รูป  สำหรับอุบาสก อุบาสิกา ๒ รูป
    แผนกจเรตรวจความเรียบร้อย   โยธาธิการ ทำความสะอาดดูแลสถานที่ อาคาร เสนาสนะ ๕ รูป

ภิกษุมีหน้าที่รับผิดชอบล้วนเป็นผู้ผ่านการฝึกฝนอบรมมาอย่างดีแล้ว จะแบ่งหน้าที่รับผิดชอบตามความเหมาะสม
- จัดให้มีบัญชี – รายรับรายจ่ายของสำนัก  อย่างโปรงใส สามารถตรวจสอบได้
- จัดให้มี  ตู้ยาสมัญประจำบ้าน  ห้องสำหรับพยาบาล ฉุกเฉินคอยบริการ  
- มีการทำบัญชีสถิติการประพฤติ ปฏิบัติธรรม ประจำปี  ทุกปี
-    มีกติกาข้อปฏิบัติของสำนักดังนี้

         ก.     ข้อปฏิบัติ
๑.   ต้องสนใจต่อการทำวัตรสวดมนต์เป็นประจำ
๒.  ต้องเป็นผู้สนใจต่อการศึกษาพระปริยัติธรรมและปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง  
๓.   ต้องเป็นคนว่านอนสอนง่าย      และเป็นอยู่อย่างง่าย ๆ
๔.   ต้องเป็นผู้ไม่มี   ทิฏฐิ   มานะ    ดื้อรั้น
๕.   ต้องเคารพต่อสถานที่    หมู่คณะครูบาอาจารย์  
๖.    ต้องรู้จักเสียสละทำประโยชน์แก่ส่วนรวม
๗.   ต้องไม่อยู่นิ่งเฉยโดยไม่ทำประโยชน์อะไร
๘.   ต้องเป็นผู้ใคร่ในธรรมเพื่อความพ้นทุกข์
๙.    ต้องปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานอย่างน้อย  ๓   เดือน
๑๐.  ต้องเป็นผู้บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ตน   และส่วนรวมโดยไม่เห็นแก่ตัว

         ข.     ข้อห้าม   
๑.    ห้ามต้อนรับพระงมงายทำเครื่องรางของขลัง    บอกเลขเบอร์ให้หวย
๒.   ห้ามเป็นพระหมอดู    สอนศาสนาพราหมณ์    ศาสนาผี
๓.    ห้ามเป็นพระหมอน้ำมนต์    แจกกระตุดคาถา     บูชาผีสาง
๔.    ห้ามประกอบพิธีรีตองต่าง ๆ  นอกพระพุทธศาสนา
๕.    ห้ามเล่นการพนัน   (เลข – เบอร์)
๖.     ห้ามเปิดเทป   ฟังเพลง    หมอลำ    นิยาย
๗.    ห้ามเสพยาเสพติด  เช่น  หมากพลู   บุหรี่    กาแฟ    และสิ่งเสพติดทุกชนิด
๘.    ห้ามคุยกันเสียงดังรบกวนผู้อื่น
๙.    ห้ามคุยกันในเรื่องไร้สาระ  ที่ไม่เกี่ยวกับธรรม  กับวินัย
๑๐.  พระภิกษุสามเณรที่มาเที่ยวพักได้ไม่เกิน   ๓   วัน

กิจกรรมในการอบรมปฏิบัติธรรม  แต่ละปีมีดังนี้
วันที่   ๑๐   ถึง   ๒๐   เดือนมกราคม    ของทุกปี    มีการจัดงานปฏิบัติธรรมเข้าอยู่ปริวาสกรรม   แก่พระภิกษุ - สามเณร   อุบาสก -  อุบาสิกา และนักเรียนนักศึกษา  เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติธรรม  เคร่งครัดในพระธรรมวินัย   ใฝ่ใจการฟื้นฟูพระศาสนา   ทำสติปัญญาให้รุ่งเรือง  พัฒนาบ้านเมืองให้เป็นแผ่นดินธรรม  ชักนำให้ออกจากอบายมุข  ปลุกคนให้ตื่นก้าวหน้าด้วยธรรมะ   ปลุกเสกพระให้เป็นพระที่แท้จริง  จนเป็นผู้รู้  ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน  มีนิพพานอยู่ในดวงใจ  ด้วยการจัดกิจกรรมธรรมะล้วน ๆ  ดังนี้
๑.    มีการจัดปริวาสกรรมสำหรับพระภิกษุ

๒.    มีการอบรมปฏิบัติธรรมสำหรับพระภิกษุ  สามเณร  อุบาสก  อุบาสิกา  ทุกๆ วันจากเวลา  ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐  น.
๓.    มีการบรรยายธรรม   ปาฐกถาธรรม  จากผู้ทรงคุณวุฒิทั่วประเทศ
๔.    มีการฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่องต่าง ๆ ในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา  มีปริยัติธรรม  ปฏิบัติธรรม  ปฏิเวธธรรม   และการเผยแพร่ธรรม   โดยอริยสังฆทาสภิกขุ
๕.    มีการแสดงภาพปริศนาธรรม  ภาพส่งเสริมศีลธรรม  และแสงเสียงแห่งธรรม (นิทรรศการ)
๖.    มีการฉายภาพยนตร์ธรรมะ  สไลด์ธรรมะ  วีดีโอธรรมะ  วีชีดี  และ  ดีวีดีธรรมะ
๗.    มีการสาธิตการแสดงธรรมเรื่องพระเวสสันดรชาดกแบบประยุกต์
๘.    มีการรับสมัครผู้สนใจในธรรม  ใฝ่ในการปฏิบัติธรรม  เข้าฝึกอบรมปฏิบัติธรรมเพื่อที่จะได้เป็นพระธรรมทายาทสืบต่อพระศาสนาต่อไป  ทั้งพระภิกษุ  สามเณร  อุบาสก  อุบาสิกา
๙.    และเพื่อเปิดโอกาสให้สาธุชนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านได้มาร่วมทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา

                   มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังนี้
พ.ศ.  ๒๕๔๙        มีพระภิกษุ    ๑๔๗   รูป      สามเณร   ๒๓   รูป     อุบาสก   ๒๗    คน
                              อุบาสิกา       ๓๗๘   คน      นักเรียน ๒๐๐ รวม       ๗๒๕   รูป /  คน

พ.ศ.  ๒๕๕๐        มีพระภิกษุ    ๑๒๗   รูป      สามเณร   ๒๑   รูป     อุบาสก   ๒๒    คน
                  อุบาสิกา       ๓๗๕   คน      นักเรียน ๑๒๐  คน   รวม       ๗๑๐   รูป /  คน
พ.ศ.  ๒๕๕๑        มีพระภิกษุ    ๔๑๕     รูป      สามเณร   ๓๐    รูป     อุบาสก   ๗๑    คน
                  อุบาสิกา       ๙๖๖    คน      นักเรียน ๕๐๐  คน  รวม   ๑,๙๘๒   รูป /  คน
พ.ศ.  ๒๕๓๒ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๒ มีการส่งเสริมการปฏิบัติธรรมสำหรับพระภิกษุ ผู้สมัครเป็น พระธรรมทายาท   ดังนี้

                  มีการส่งเสริมการปฏิบัติธรรมฝึกอบรมวิชาการทางพุทธศาสนา   โดยมีหลักสูตร ๗  เดือน    คือปฏิบัติธรรมเจริญจิตภาวนา  ตามหลักสติปัฏฐาน ๔  เป็นเวลา   ๔    
เดือน  และอบรมภาควิชาการทางพระพุทธศาสนาอีก   ๓ เดือน    และได้กระทำติดต่อกันมาเป็นเวลา  ๒๑ ปีแล้ว   เริ่มตั้งแต่     พ.ศ. ๒๕๓๒    ถึง  พ.ศ.    ๒๕๕๒    
ปัจจุบันนี้     เป็นรุ่นที่   ๒๑     ปีที่   ๒๑   ซึ่งมีดังนี้
พ.ศ.  ๒๕๓๒  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๒๕ รูป  จบหลักสูตร  ๒๒ รูป
พ.ศ.  ๒๕๓๓  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๒๐ รูป   จบหลักสูตร   ๑๘  รูป
พ.ศ.  ๒๕๓๔  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๒๕ รูป   จบหลักสูตร  ๒๐ รูป
พ.ศ.  ๒๕๓๕  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๔๙ รู ป   จบหลักสูตร  ๔๐ รูป
พ.ศ.  ๒๕๓๖  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๑๙   รูป   จบหลักสูตร  ๑๕  รูป
พ.ศ.  ๒๕๓๗  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๒๒ รูป   จบหลักสูตร  ๒๐ รูป
พ.ศ.  ๒๕๓๘  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๒๐  รูป   จบหลักสูตร  ๑๘ รูป
พ.ศ.  ๒๕๓๙  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๒๘  รูป   จบหลักสูตร  ๒๐ รูป
พ.ศ.  ๒๕๔๐  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๑๙   รูป   จบหลักสูตร  ๑๙  รูป
พ.ศ.  ๒๕๔๑  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๑๘  รูป   จบหลักสูตร  ๑๘  รูป
พ.ศ.  ๒๕๔๒  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๑๕  รูป  จบหลักสูตร  ๑๕ รูป
พ.ศ.  ๒๕๔๓  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๒๒ รูป  จบหลักสูตร  ๑๙  รูป
พ.ศ.  ๒๕๔๔  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๑๖   รูป  จบหลักสูตร  ๑๖  รูป
พ.ศ.  ๒๕๔๕  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๑๖  รูป  จบหลักสูตร  ๑๖  รูป
พ.ศ.  ๒๕๔๖  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๑๖  รูป   จบหลักสูตร  ๑๑  รูป
พ.ศ.  ๒๕๔๗  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๑๕ รูป  จบหลักสูตร  ๙     รูป
พ.ศ.  ๒๕๔๘  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๒๐ รูป  จบหลักสูตร  ๑๙   รูป
พ.ศ.  ๒๕๔๙  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๔๕ รูป  จบหลักสูตร  ๓๐  รูป
พ.ศ.  ๒๕๕๐  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๓๕ รูป  จบหลักสูตร  ๑๘ รูป
พ.ศ.  ๒๕๕๑  มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม ๒๕ รูป  จบหลักสูตร  ๑๑ รูป
พ.ศ.  ๒๕๕๒ มีพระภิกษุเข้าอบรมปฏิบัติธรรม  ๒๐ รูป  จบหลักสูตร ๑๑  รูป
รวมพระภิกษุธรรมทายาท ที่ผ่านการฝึกฝนอบรมปฏิบัติธรรม  และภาควิชาการตามหลักสูตร ๗   เดือน  ๒๑   รุ่น   มีจำนวน  ๓๘๕     รูป



กฎระเบียบการเข้าอยู่ปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน
๑.ห้ามไม่ให้คุยกัน เพราะจะทำให้ฟุ้งซ่าน เสียสมาธิ
๒. ห้ามไม่ให้นอนกลางวัน ให้มีสติอยู่ตลอดเวลา
๓. ห้ามท่องบ่นสาธยาย  หรืออ่านหนังสือ
๔. ห้ามมิให้เสพสิ่งเสพติดทุกชนิด เช่น หมากพลู  บุหรี่  เหล้า  น้ำชา  กาแฟ ฯลฯ ทุกอย่างที่เป็นสิ่งเสพติด
๕. ถ้าไม่สามารถที่จะปฏิบัติธรรมได้หรืออยู่ไม่ไหวจริงๆก็ให้บอกลาครูบาอาจารย์ไม่ให้หลบหนี  หรือ  กลับไปโดยพลการเด็ดขาด
    

ตารางเวลาภาคปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน  อบรมพระธรรมทายาท  
เวลา   ๐๓.๐๐  น.  สัญญาณระฆังรวม ปฏิบัติธรรม  ยืน เดิน  นั่ง  (ยกเว้นอริยบทนอน)
เวลา   ๐๕.๓๐  น.   แผ่เมตตา   ร่วมกันทำกิจวัตรกวาดวิหารลานเจดีย์  ศาลา  ห้องน้ำ  
เวลา   ๐๖. ๒๐  น.  พักทำภาระกิจส่วนตัว
เวลา   ๐๗.๒๐  น.  ร่วมกันทำวัตรเช้าแผ่เมตา  ตรวจทานศีล ปฏิบัติธรรม ยืน  เดิน นั่ง (ยกเว้นอริยบทนอน)
เวลา   ๐๘.๒๐  น.  รับอาหารบิณฑบาตร  ไปพิจารณาฉันตามที่พัก
เวลา   ๑๒.๐๐   น.  สัญญาณระฆังรวมปฏิบัติภาคบ่าย  ยืน  เดิน  นั่ง  (ยกเว้นอริยบทนอน)
เวลา   ๑๖.๐๐   น.   แผ่เมตตา  พักทำภารกิจส่วนตัว
เวลา   ๑๗.๓๐  น.   สัญญาณระฆัง รับน้ำปานะ
เวลา   ๑๗.๕๐  น.   ทำวัตรเย็น  นั่งสมาธิเจริญภาวนา  ยืนเดิน  (ยกเว้นอริยบทนอน)
เวลา   ๒๑.๓๐ น.   ร่วมกันแผ่เมตตา   พักผ่อนอย่างมีสติ


การฝึกฝนอบรมพระธรรมทายาท ผู้สืบต่อพระศาสนา จำนวน ๒๑ รุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ – ๒๕๕๒

กิจกรรมที่ส่งเสริม การถือศีล  และปฏิบัติธรรม  มีกิจกรรมดังนี้
3.1    จัดให้มีการเข้าปริวาสกรรม  แก่พระภิกษุ  ระหว่าง วันที่  10-20  มกราคม  ของทุกๆ ปี
3.2    จัดให้มีการปฏิบัติธรรมในช่วงงานเทศกาลปฏิบัติธรรม ระหว่างวันที่  10-20  มกราคม ของทุกๆปี
3.3    จัดให้มีการรับสมัคร  พระภิกษุ เข้าอบรมปฏิบัติธรรมเป็นพระธรรมทายาท  หลักสูตร  9  เดือน  คือ  หลักปฏิบัติ  7  เดือน   หลักวิชาการ   2  เดือน ทุกๆ ปี
3.4    จัดให้มีการปฏิบัติธรรมขึ้น ในช่วง  เดือนพฤษภาคม  3-6  พฤษภาคม  ทุกๆ ปี
3.5    มีการให้ความสะดวก สงเคราะห์  แก่อุบาสก อุบาสิกา  ผู้เข้ามาปฏิบัติธรรม เป็นประจำตลอดปี
3.6    มีการให้ความอนุเคราะห์  แก่ อุบาสก อุบาสิกา  ที่เข้าบวช  คือ ศีล 8  และปฏิบัติธรรม เป็นครั้งคราว   ครั้ง 7 วัน บ้าง  10 วันบ้าง  1  เดือนบ้าง  เป็นประจำตลอดปี
3.7    ได้มีการอนุเคราะห์ สงเคราะห์ให้นักเรียน บ้าง นักศึกษาบ้างได้มี โอกาสเข้าค่ายอบรม ครั้งละ  3  วัน บ้าง  4  วันบ้าง  ปีละหลายครั้ง ตลอดปี
3.8    ได้มีการอนุเคราะห์ สงเคราะห์ ให้คณะครู อาจารย์ และหน่วยงานราชการ เข้าร่วมการฝึกอบรมปฏิบัติธรรม ครั้งละ 3  วันบ้าง  4  วันบ้าง  ตามโอกาสที่มี ตลอดปี
ด้านรายรับ-รายจ่าย
1.    ทางสำนักได้รับการบริจาค  จากผู้จิตศรัทธา ในกิจกรรมทั้งหลาย เหล่านี้ เป็นครั้งคราวบ้าง เป็นประจำบ้าง ตามมาก ตามน้อย แล้วแต่ศรัทธา
2.    รายจ่าย ของสำนัก ก็อาศัยปัจจัยที่ทางผู้มีจิตศรัทธา บริจาคไว้บ้าง บริจาคเป็นประจำบ้าง เพื่อเป็นค่า อาหาร  ค่าน้ำ ค่าไฟ  และค่าใช้จ่าย อื่นๆ  ตามความเหมาะสม  
รายงานทั้งหมดนี้  ได้จัดทำตามความเป็นจริงทุกประการ.


ทางสำนักจัดให้ประชาชนได้มาร่วมบำเพ็ญบุญถือศีลเจริญภาวนาในวันสำคัญทางพุทธศาสนาทุกๆปี
 (๑)   มีการทำพิธีมาฆบูชา    มีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา   ทำบุญตักบาตรฟังธรรมตอน
         เช้า     เวียนเทียน     ฟังเทศน์ตอนบ่าย      เจริญภาวนาทำวัตรสวดมนต์ตอนกลางคืน
         มีผู้มาร่วมการประชุมในพิธี    พระภิกษุ - สามเณร   ๖๐  รูป    ประชาชน    ๓๐๐   คน
(๒)   มีการบวชเนกขัมมจารี   เนกขัมมจาริณี    ถือศีลแปดปฏิบัติธรรม   เจริญภาวนาในงาน
         วิสาขบูชา    ตลอด   ๔   วันทุก ๆ  ปี     มีผู้ร่วมในงานวิสาขบูชาดังนี้
         พ.ศ.   ๒๕๔๘     มีพระภิกษุ   สามเณร    ๑๔๐   รูป     ประชาชน    ๒๙๐    คน
         พ.ศ.   ๒๕๔๙     มีพระภิกษุ   สามเณร   ๑๕๐   รูป     ประชาชน    ๓๐๔    คน
         พ.ศ.   ๒๕๕๐     มีพระภิกษุ   สามเณร   ๑๕๗   รูป     ประชาชน    ๓๙๔    คน
         พ.ศ.   ๒๕๕๑     มีพระภิกษุ   สามเณร   ๑๕๑    รูป     ประชาชน    ๔๓๙    คน
(๓)   มีการทำพิธีในงานวันอัฏฐมีบูชา    มีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา    มีการทำบุญตัก-
         บาตร   เวียนเทียน   ฟังเทศน์    เจริญจิตตภาวนา   มีผู้ร่วมชุมนุมในพีธี
         พระภิกษุ - สามเณร   ๕๐    รูป     ประชาชน    ๓๐๐    คน
(๔)   มีการทำพิธีอาสาฬหบูชา    มีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา    มีการทำบุญตัก-
         บาตร   เวียนเทียน   ฟังเทศน์      เจริญจิตตภาวนา      มีผู้ร่วมชุมนุมในพีธี
         พระภิกษุ - สามเณร   ๔๐    รูป     ประชาชน    ๓๕๐    คน

การแสดงธรรม  จัดอบรมเข้าค่าย คุณธรรม  จริยธรรม    ดังนี้
๑.     อบรมธรรมะแก่ประชาชน   ในเขตอำเภอหนองหาน   จังหวัดอุดรธานี   เป็นประจำ
        ทุกเดือน   เดือนละ   ๒   ครั้ง
๒.   ในพรรษามีการแสดงธรรมช่วง   เวลา   ๐๘.๐๐    น.   และช่วงค่ำเวลา   ๒๐.๐๐   น.
        ทุกวันธัมมสวนะ    แก่พระภิกษุ  สามเณร    และอุบาสก    อุบาสิกา    ผู้มาถือศีล ๘
        และบำเพ็ญบุญ
๓.    นอกพรรษามีการแสดงธรรมเทศนา    แก่ประชาชนที่มาบำเพ็ญกุศล   ในวันธรรมะ
        สวนะ     ในเวลา    ๐๘.๐๐   น.    และเวลา    ๒๐.๐๐   น.   เป็นประจำตลอดปี
๔.    จัดอบรมกลุ่มแม่บ้านร่วมกับ    หน่วยราชการ    ในโครงการหมู่บ้านสามัคคี   
        ครอบครัวอบอุ่น   ปีละ    ๑๐   รุ่น    รุ่นละ    ๘๐    คน    ในเขตอำเภอหนองหาน
        อำเภอไชยวาน    อำเภอทุ่งฝน    จังหวัดอุดรธานี    ดังนี้
พ.ศ.   ๒๕๔๘       มีผู้เข้าอบรม     จำนวน     ๘๐๐    คน
พ.ศ.   ๒๕๔๙       มีผู้เข้าอบรม     จำนวน     ๗๕๐    คน
พ.ศ.   ๒๕๕๐       มีผู้เข้าอบรม     จำนวน     ๘๐๐     คน
พ.ศ.   ๒๕๕๑       มีผู้เข้าอบรม      จำนวน     ๗๙๐    คน

๕.    มีการอบรมกลุ่มอาสาพัฒนาท้องถิ่น    ซึ่งประกอบด้วยกำนัน    ผู้ใหญ่บ้านกรรมการหมู่บ้าน    และ  อ.บ.ต.    ให้มีความรู้รักสามัคคี     เสียสละพัฒนาตนเอง
และหมู่บ้าน ท้องถิ่นให้อยู่ดีมีสุข  ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง   ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว    ปีละ    ๖   ครั้ง    ครั้งละ    ๑๐๐    คน   ภายในเขตอำเภอหนองหาน    
อำเภอไชยวาน    อำเภอทุ่งฝน    อำเภอพิบูลรักษ์     กิ่งอำเภอกู่แก้ว      มีดังนี้
พ.ศ.   ๒๕๔๘       มีผู้เข้าร่วมอบรม     จำนวน     ๖๐๐    คน
พ.ศ.   ๒๕๔๙       มีผู้เข้าร่วมอบรม     จำนวน    ๕๕๙    คน
พ.ศ.   ๒๕๕๐       มีผู้เข้าร่วมอบรม     จำนวน     ๖๐๐    คน
พ.ศ.   ๒๕๕๑       มีผู้เข้าร่วมอบรม     จำนวน     ๕๙๙    คน

๖.     จัดอบรมศีลธรรม    จริยธรรมแก่ครู    นักเรียนและเยาวชน    ตามแผนปฏิบัติการ ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด    ในเขตพื้นที่การศึกษา    จังหวัดอุดรธานี   เขต   ๓
พ.ศ.    ๒๕๔๙    ถึง    พ.ศ.   ๒๕๕๑    ภายในวัดสันติวนาราม  ดังนี้
 พ.ศ.  ๒๕๔๙ (โครงการเข้าค่าย  อบรมคุณธรรม  จริยธรรม)
ร่นที่ ๑ /     ๑๐ – ๑๕  ม.ค.   ๒๕๔๙    นักเรียน  ป.๕- ป.๖      จำนวน  ๑๖๐  คน
ร่นที่ ๒ /    ๑๕ – ๑๙  ม.ค.   ๒๕๔๙    นักเรียน   ม.๑- ม.๓      จำนวน  ๒๐๐  คน
ร่นที่ ๓ /    ๑๐ – ๑๕  ส.ค.   ๒๕๔๙    นักเรียน   ม.๑- ม.๓      จำนวน  ๒๖๐  คน
ร่นที่ ๔ /    ๑๗ – ๒๐  ส.ค.   ๒๕๔๙    นักเรียน   ม.๔- ม.๖     จำนวน  ๒๐๐  คน
พ.ศ.  ๒๕๕๐  (โครงการเข้าค่าย  อบรมคุณธรรม  จริยธรรม)
รุ่นที่ ๑ /    ๑๐ – ๑๔   ม.ค.   ๒๕๕๐     นักเรียน  ป.๕- ป.๖     จำนวน   ๑๖๐   คน
รุ่นที่ ๒ /    ๑๕ – ๑๙   ม.ค.   ๒๕๕๐     นักเรียน  ม.๑- ม.๓     จำนวน   ๒๐๐   คน
รุ่นที่ ๓ /    ๑๐ – ๑๕   ส.ค.   ๒๕๕๐     นักเรียน  ม.๑- ม.๓     จำนวน   ๒๖๐   คน
รุ่นที่ ๔ /    ๑๗ – ๑๙   ส.ค.   ๒๕๕๐     นักเรียน  ม.๔-ม.๖      จำนวน   ๒๕๐   คน
รุ่นที่ ๕ /    ๒๐ – ๒๔  ส.ค.   ๒๕๕๐    นักเรียน  ม.๔-ม.๖      จำนวน   ๒๕๐   คน
รุ่นที่ ๖ /    ๒๖ -  ๒๗   ส.ค.   ๒๕๕๐      นักเรียน   ป.๕- ป.๖   
                 กลุ่มนักเรียน อ.กู่แก้ว   ๑                    จำนวน    ๑๖๐    คน
                 กลุ่มนักเรียน อ.หนองหาน ๒             จำนวน    ๔๐      คน
รุ่นที่ ๗ /    ๖ – ๗    ก.ย.    ๒๕๕๐      นักเรียน   ป.๕- ป.๖   
                 กลุ่มนักเรียน อ.ทุ่งฝน                         จำนวน    ๑๖๐    คน
                 กลุ่มนักเรียน อ.หนองหาน ๒            จำนวน    ๔๐      คน
รุ่นที่ ๘ /    ๑๐ – ๑๒   ก.ย.   ๒๕๕๐      นักเรียน   ป.๕- ป.๖   
                  กลุ่มนักเรียน อ.หนองหาน ๓             จำนวน    ๒๐๐      คน
รุ่นที่ ๙ /    ๑๓ – ๑๕  ก.ย.   ๒๕๕๐    นักเรียน  ม.๑-ม.๒      จำนวน   ๒๐๐   คน
รุ่นที่ ๑๐ /  ๑๖ – ๑๙  ก.ย.   ๒๕๕๐    นักเรียน  ม.๔-ม.๕      จำนวน   ๒๐๐   คน

พ.ศ.   ๒๕๕๑  (โครงการอบรมครูที่ปรึกษาชมรมแก้ไขปัญหายาเสพติด)
รุ่นที่ ๑ /    ๑๙ – ๒๐  ก.ย.   ๒๕๕๑    ครูกลุ่ม อ.หนองหาน    อ.ไชยวาน   อ.กู่แก้ว  จำนวน   ๑๒๒   คน
รุ่นที่ ๒ /    ๒๑ – ๒๒  ก.ย.   ๒๕๕๑    ครูกลุ่ม อ.บ้านดุง   อ.ทุ่งฝน   อ.พิบูลย์รักษ์   จำนวน   ๑๙๙   คน
รุ่นที่ ๓ /    ๒๓ – ๒๔  ก.ย.   ๒๕๕๑    ครูกลุ่ม อ.หนองหาน    อ.ไชยวาน   อ.กู่แก้ว จำนวน   ๒๔๔   คน
รุ่นที่ ๔ /    ๒๗ – ๒๘  ก.ย.   ๒๕๕๑    ครูกลุ่ม อ.บ้านดุง   อ.ทุ่งฝน   อ.พิบูลย์รักษ์  จำนวน   ๑๙๙   คน                         

การประชาสัมพันธ์     
เผยแพร่ธรรมะทุกวัน บรรยายโดยพระครูพิศาลธรรมภาณี เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมวัดสันติวนาราม     ในระบบวิทยุกระจายเสียง เฟิสท์ เรดิโอ  เอฟ  เอ็ม ๑๐๑.๕๐  MH.z.  ออกอากาศ  ตั้งแต่เวลา  ๐๕.๐๐ – ๐๖.๐๐ น. เพื่อให้ประชาชน  ผู้มีจิตน้อบไปสู่สายทางแห่งอริยะ  ได้เปิดฟังและนำไปประพฤติปฏิบัติตาม  ประกอบความเพียรให้เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน  พร้อมใช้ประชาสัมพันธ์งานการกุศลต่าง ๆ

หลักธรรมที่นำมาเผยแพร่
อบรมสั่งสอน  ผู้เข้ามาประพฤติ  ปฏิบัติในสำนักปฏิบัติธรรมวัดสันติวนาราม    คือหลักปฏิบัติสติปัฏฐานสี่
พิจารณากายให้เห็นเป็นกาย
พิจารณาเวทนาให้เห็นเป็นเวทนา
พิจารณาจิตให้เห็นเป็นจิต
พิจารณาธรรมให้เห็นเป็นธรรม
ตัวเราของเราไม่มี  ตัวตนของตนไม่มี  
มีแต่กาย  เวทนา  จิต  ธรรม  เท่านั้น
บรรยายหลักปฏิบัติธรรมโดยละเอียด  ในหนังสือ
ชื่อว่าหลักปฏิบัติธรรมรวมยอดในพุทธศาสนา
บรรยายโดย
พระครูพิศาลธรรมภาณี
เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมวัดสันติวนาราม