4. วัดบ้านค้อ

วัดป่าบ้านค้อ ตั้งอยู่บ้านค้อ ตำบลเขือน้ำ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ได้ก่อตั้งขึ้นโดยการนำของ “พระอาจารย์ทูล ขิบปปญโญ” (ปัจจุบันมรณภาพแล้วเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2551 ) เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2528 มีเนื้อที่ 410 ไร่ ปัจจุบันมีเสนาสนะและสาธารณูปโภคเท่าที่จำเป็นต่อการอยู่อาศัย ปฏิบัติธรรมสำหรับพระและฆราวาส มีเสนาสนะป่า เหมาะแก่การปลีกวิเวก ของผู้ใคร่ปฏิบัติธรรมในส่วนของการเผยแพร่พระพุทธศาสนาและการบริการชุมชน จังหวัดอุดรธานี กำหนดให้วัดป่าบ้านค้อเป็นศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติประจำ จังหวัดอุดรธานี และได้เคยจัดให้มีการบรรพชาอุปสมบทอบรมกลุ่มปฏิบัติธรรมแก่ นักเรียนและประชาชนทั่วไป อีกทั้งยังมีฑราวาสทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เข้าพักรับอุบายธรรมภาคปฏิบัติอยู่อย่างสม่ำเสมอ การเดินทางไปยังวัดป่าบ้านค้อ สามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี – หนองคาย) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 2021 (สายอุดร – บ้านผือ) อีก 20 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าวัดป่าบ้านค้ออีก 3 กิโลเมตร รวมระยะทางจากอุดรธานี ประมาณ 36 กิโลเมตร หมายเลขโทรศัพท์ 0-4225-0730 โทรสาร 0-4225-0731
ดูแผนที่เส้นทางไปวัด  คลิ๊กที่นี่
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watpabankoh.com/
 
ภายในวัดประดิษฐานพระมหาธาตุเจดีย์ เฉลิมบารมีพระนวมินทร์ ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ภายในพระมหาธาตุเจดีย์เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา แกะสลักเป็นพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ชาดก และพุทธประวัติ วัดนี้เหมาะสำหรับผู้รักการปฏิบัติธรรม จังหวัดอุดรธานีกำหนดให้วัดป่าบ้านค้อเป็นศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติประจำจังหวัด มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาปฏิบัติกันอยู่เสมอ  นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงกับพระมหาธาตุเจดีย์ยังมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นกิ่งพันธุ์ที่ตอนกิ่งมาจากพรศรีมหาโพธิ์ ณ พุทธคยา ประเทศอินเดีย

งานศพหลวงพ่อทูลวัดป่าบ้านค้อ อ. บ้านผือ จ. อุดรธานี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธุ์ 2552 พอวันรุ่งขึ้นเก็บกระดูก ปรากฏว่า อัฎฐิของท่านเริ่มเป็นอัฎฐิธาตุ มีสีต่างๆดังภาพ (เหลือง ชมพู เขียว นํ้าเงิน ขาว) มีหลายส่วนเริ่มเป็นอัฎฐิธาติเพิ่มขึ้นในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา พระอรหันต์มีได้หลายองค์ในช่วงเวลาเดียวกัน หลวงพ่อทูลถือว่าเป็นองค์ล่าสุดที่ละสังขารไป องค์ก่อนนี้คือ หลวงปู่เจี้ยศิษย์หลวงตามหาบัวเมื่อประมาณซัก สามปีที่ผ่านมา  ปัจจุบันมีหลายองค์ที่สำเร็จ และยังมีชีวิตอยู่ นับว่าโชคดีของชาวพุทธเราที่มีพระดีๆให้กราบไหว้.

 วัดป่าบ้านค้อ เป็นวัดปฏิบัติสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

วัดป่าบ้านค้อ เป็นวัดที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามแนวนโยบายของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเป็นวัดต้นแบบเข้าร่วมโครงการวัดวิถีพุทธเฉลิมพระเกียรติ เข้าวัดปฏิบัติธรรมบำเพ็ญกุศลในวันอาทิตย์

ประวัติวัดป่าบ้านค้อ

ได้ก่อตั้งขึ้นโดยการนำของพระอาจารย์ทูล ขิปฺปปญฺโญ เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๘ มีเนื้อที่โดยรวม ๔๑๐ ไร่ ปัจจุบันวัดป่าบ้านค้อ มีเสนาสนะและการสาธารณูปโภคเท่าที่จำเป็นต่อการอยู่อาศัยปฎิบัติธรรมสำหรับพระ และฆราวาส มีเสนาสนะป่าเหมาะแก่การปลีกวิเวกของผู้ใคร่ในการปฎิบัติธรรม ในส่วนของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการบริการชุมชน จังหวัดอุดรธานีกำหนดให้วัดป่าบ้านค้อเป็นศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติประจำจังหวัดอุดรธานี ได้จัดให้มีการบรรพชาอุปสมบทอบรมกลุ่มปฏิบัติธรรมแก่ นักเรียน ข้าราชการและประชาชนทั่วไป อีกทั้ง ยังมีฆราวาสทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เข้าพักรับอุบายธรรมภาคปฏิบัติอยู่อย่างสม่ำเสมอ

ประวัติพระเจดีย์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อพระมหาเจดีย์แห่งนี้ว่า พระมหาธาตุเจดีย์เฉลิมพระบารมีพระนวมินทร์ แปลว่าเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้สร้างขึ้น เพื่อเฉลิมพระบารมีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙

องค์เจดีย์ทรงระฆังมีความงดงามเป็นอย่างมาก ส่วนฐานกว้าง ๒๔ เมตร สูง ๗๒ เมตร ด้วยเหตุที่องค์เจดีย์ตั้งอยู่บนเนินดินขนาดใหญ่ และบริเวณรอบเจดีย์มีการจัดแต่งภูมิทัศน์ที่สวยงาม ทำให้องค์เจดีย์มีความเด่นเป็นสง่าอย่างมาก เนื้อองค์เจดีย์พื้นผิวกรุกระเบื้องโมเสคสีมุก ส่วนยอดปลายเป็นดอกบัวทองคำ (บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ๓๓ องค์) ภายในเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้อัญเชิญมาจากศรีลังกา จำนวน ๘ องค์ ส่วนโดมพระเจดีย์มีภาพจิตรกรรมพระมหาชนก ที่สวยงามเป็นอย่างมาก ส่วนบานประตูรอบองค์เจดีย์จำนวน ๔๔ บาน ได้แกะสลักกระจกเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา

ต้นพระศรีมหาโพธิ์

ต้นพระศรีมหาโพธิ์นี้ รัฐบาลแห่งประเทศศรีลังกาได้แบ่งกิ่งพันธุ์ต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากเมืองอนุราธปุระ อันเป็นต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พระนางสังฆฆิตตาเถรี ภิกษุณีที่เป็นพระอรหันต์ได้ตอนกิ่งมาจากต้นโพธิ์ตรัสรู้ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ พุทธคยา ประเทศอินเดีย ถวายแด่พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ พระมหากษัตริย์แห่งศรีลังกา เมื่อสองพันปีเศษที่ผ่านมา

พิธีปลูกได้กำหนดขึ้นโดยมีประธานในพิธีคือ สมเด็จพระสังฆราชอูดูกามะ ศรีพุทธรักขิตตะ และท่านมิสเตอร์นิรันจัน นิลาแม ในนามตัวแทนรัฐบาลศรีลังกา พระธรรมโสภณ เจ้าคณะภาค ๘ (ธ) ประธานคณะสงฆ์ฝ่ายไทย และคณะพุทธบริษัทชาวไทยได้ร่วมกันปลูกไว้ ณ โพธิบัลลังก์แห่งนี้ เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๕

งานประจำปี

ในช่วงเทศกาลมาฆบูชาของทุกปี ทางวัดจะจัดงานเป็นระยะวาลา ๕ วัน ๕ คืน มีการบวชชีพราหมณ์ รับฟังอุบายธรรมปฏิบัติจากครูบาอาจารย์ทั่วประเทศ ในวันสุดท้ายคือวันมาฆบูชา ช่วงบ่ายจะมีพิธีสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ และเวียนเทียนรอบพระมหาเจดีย์เวลากลางคืน